เรื่องควรรู้เกี่ยวกับถ่านสำหรับ บุหรี่ไฟฟ้า

บุหรี่ไฟฟ้า

บุหรี่ไฟฟ้า อุปกรณ์ขับเคลื่อนวงการนักสูบให้ทันสมัยและปลอดภัยกว่า หลายคนรู้อยู่แล้วว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็น Pod หรือ Mod ก็ตามต่างก็พึ่งพาแหล่งพลังงานในการขับเคลื่อนอย่างถ่านหรือแบตเตอรี่ไฟฟ้า แต่รู้หรือไม่ว่าการเลือกถ่านหรือว่าแบตเตอรี่สำหรับบุหรี่ไฟฟ้ามีรายละเอียดที่ค่อนข้างจะสำคัญ อีกทั้งถ่านที่ใช้งานกับบุหรี่ไฟฟ้ามีความแตกต่างจากถ่านพลังงานทั่ว ๆ ไป แต่จะใช้เป็นถ่านที่เรียกกันว่า “ถ่านชาร์จ” ซึ่งจะมีในเรื่องของ ความจุมิลลิแอมป์ (mAh) ค่าแอมป์ (A) ที่ต้องให้ความสนใจมากกว่าแค่การซื้อมาใส่เฉย ๆ ยิ่งถ้าเป็นบุหรี่ไฟฟ้าที่เป็น Bypass Mode ด้วยแล้วถ่านชาร์จถือว่าต้องให้ความสำคัญมากที่สุดเพราะมีเรื่องของค่าแรงดันไฟฟ้าต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะแบบนั้น Hodsud จึงต้องมาแชร์ถือว่าเป็นต้นทุนความรู้ให้กับผู้ใช้งานบุหรี่ไฟฟ้ามือสมัครเล่นได้ศึกษาหรืออ่านเป็นความรู้สำหรับใช้ในอนาคตได้

ก่อนที่เราจะมาเรียนรู้ว่าถ่านแบบไหนควรใช้กับบุหรี่ไฟฟ้าแบบไหน เราจะต้องขออธิบายเรื่องค่าต่าง ๆ ที่ควรรู้เกี่ยวกับถ่านชาร์จบุหรี่ไฟฟ้ากันก่อน ถ่านชาร์จมีอยู่หลากหลายขนาดส่วนมากที่เห็นบ่อย ๆ ก็จะมีขนาดอยู่ที่ 18650 และ 20700 ซึ่งในถ่านชาร์จแต่ละยี่ห้อก็จะมีค่ามิลลิแอมป์ (mAh) และค่าแอมป์ (A) ที่ต่างกันออกไป โดยให้จำการอ่านค่าเอาไว้สองตัวนั่นก็คือ ค่ามิลลิแอมป์ (mAh) จะบอกถึงความจุของถ่านชาร์จตัวนั้น เช่น ถ่านบุหรี่ไฟฟ้าขนาด 18650 ความจุของมิลลิแอมป์ (mAh) ก็จะอยู่ที่ประมาณ 2600-3500 mAh โดยประมาณ ซึ่งจะเห็นได้ว่าค่าความจุจะสูงมากหากเทียบกับบุหรี่ไฟฟ้าที่มาพร้อมแบตเตอรี่ในตัวเพราะบุหรี่ไฟฟ้าที่ต้องใส่ถ่านชาร์จส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นความอึดทนและยิงไฟแรง ๆ นั่นเอง ต่อไปคือค่าแอมป์ (A) หรือค่าการจ่ายไฟของถ่านบุหรี่ไฟฟ้าก้อนนั้น ๆ ที่สามารถทำได้ โดยจะมีตั้งแต่ 10A ไปจนถึง 50A โดยประมาณ เมื่อคุณสามารถอ่านค่า มิลลิแอมป์ (mAh) และ แอมป์ (A) กันพอได้แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าถ่านบุหรี่ไฟฟ้าแบบไหนเหมาะกับบุหรี่ไฟฟ้าแบบไหน

เรามาเริ่มกันที่บุหรี่ไฟฟ้าประเภท POD และ POD MOD ซึ่งเป็นบุหรี่ไฟฟ้าประเภทนี้จะเน้นไปที่ลูกเล่นการปรับวัตต์ในการสูบ โดยผู้ใช้งานจะสามารถควบคุมค่าของการจ่ายไฟได้แต่ถ้าตัวบุหรี่ไฟฟ้าของคุณไม่ว่าจะเป็น POD MOD หรือ POD หากค่าการปรับวัตต์ของบุหรี่ไฟฟ้าตัวนั้นสามารถจ่ายไฟได้ไม่เกิน 100 วัตต์ (W) คุณก็ควรที่จะเลือกถ่านบุหรี่ไฟฟ้าที่มีค่ามิลลิแอมป์ (mAh) สูงกว่าค่า แอมป์ (A) เพราะด้วยลูกเล่นของตัวเครื่องไม่ได้ต้องการค่าการจ่ายไฟที่สูง ๆ ฉะนั้นเราจึงควรเน้นไปทางอึด เพื่อให้บุหรี่ไฟฟ้าของเราใช้งานได้อย่างยาวนานขึ้น

ต่อมาก็คือบุหรี่ไฟฟ้าที่มีการจ่ายวัตต์สูงกว่า 100 วัตต์ (w) ขึ้นไปซึ่งจะเจอได้กับบุหรี่ไฟฟ้าประเภทกล่องปรับวัตต์ และ บุหรี่ไฟฟ้า Bypass Mode ด้วยการที่จำเป็นต้องเล่นกับการจ่ายไฟที่สูง ๆ ทำให้ถ่านที่เหมาะกับการเล่นกับบุหรี่ไฟฟ้าประเภทนี้ต้องเน้นไปที่ค่าแอมป์ (A) เพราะจำเป็นต้องใช้ถ่านที่ค่าแอมป์ (A) สูงกว่าค่ามิลลิแอมป์ (mAh) เพื่อให้ได้การจ่ายไฟที่นิ่ง และเสถียรยิ่งกว่านั้นเอง

ซึ่งหากคุณเป็นมือสมัครเล่นที่ต้องการหัดมาจับบุหรี่ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ภายนอกหรือถ่านชาร์จ แต่ยังไม่ชำนาญมากพอที่จะควบคุมค่าต่าง ๆ ได้อย่างชำนาญก็สามารถมองหาบุหรี่ไฟฟ้าที่มาเป็นเซตพร้อมสูบก็เป็นทางเลือกที่เหมาะเพราะทางผู้ขายก็มักจะเตรียมถ่านที่เหมาะสมเอาไว้ให้อยู่แล้ว

ถ่านบุหรี่ไฟฟ้าถึงจะสามารถซื้อเปลี่ยนใหม่ได้สะดวกสบายกว่าบุหรี่ไฟฟ้าที่มีแบตในตัว แต่บุหรี่ไฟฟ้าที่ใช้ถ่านชาร์จก็ไม่เหมาะที่จะชาร์จแบบปกติด้วยการเสียบชาร์จผ่านช่องเสียบ USB โดยตรงเพราะการชาร์จถ่านบุหรี่ไฟฟ้าด้วยวิธีดังกล่าวอาจทำให้ถ่านบุหรี่ไฟฟ้าเกิดอาการเสื่อมสภาพได้ไวกว่าปกติ ทางที่ดีควรถอดถ่านบุหรี่ไฟฟ้าออกมาชาร์จผ่านรางชาร์จเฉพาะ จะดีที่สุดเพราะไฟที่ชาร์จจะมีความเสถียร สม่ำเสมอกว่าและยืดอายุการใช้งานของถ่านได้ดีกว่านั่นเอง และนี่ก็เป็นวิธีการเลือกถ่านบุหรี่ไฟฟ้าให้เหมาะสมที่มือใหม่ควรรู้